KOME TONG / Soul Longing

DECOR & GARDEN 

โคมล้านนาส่วนผสมของ Folk และ Modern 

โคมแบบล้านนาคือของที่ผูกพันกับชีวิตชาวเหนือมานาน ด้วยความสว่างไสวของแสงไฟที่จุดในโคม บางทีนั่นอาจจะเป็นการสื่อสัญลักษณ์ถึงความเจริญรุ่งเรืองก็ได้ ชาวเหนือถึงชอบนำมาประดับประดาตามบ้านเรือนในงานเทศกาลมงคลต่าง ๆ 

นั่นคือความเป็นพื้นเมืองที่สื่อออกมาให้เห็นในงานศิลปะผสมผสานกับวิถีการดำเนินชีวิต แต่พอยุคสมัยเปลี่ยนไป โลกมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว วัฒนธรรม Pop เดินทางไปไหนมามาไหนได้ราวติดจรวด โคมเหล่านี้เริ่มถูกนำมาใช้ในทาง Modern มากขึ้น จะเห็นว่าร้านอาหารแถบริมปิงอย่าง River Side และ Good View ล้วนใช้โคมในการประดับเพิ่มความเก๋ให้กับร้านทั้งสิ้น  

และใกล้ ๆ กับร้านอาหารชื่อดังของเชียงใหม่ทั้ง 2 ร้านนี้ มีร้านขายของตกแต่งบ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งชื่อเรียบ ๆ ว่า “โคมต้อง” ตั้งอยู่ ฟังชื่อก็รู้เลยว่าสินค้าตัวเอกของร้านนี้ต้องเป็นโคมไฟแน่นอน นอกจากนี้ยังมีงานเซรามิคต่าง ๆ งาน Art เล็ก ๆ วางขายรวมกันอยู่ด้วย 

 คุณรัตนพล ตาจา หนุ่มจาวเหนือ เจ้าของร้านนั้นเรียนจบคณะสถาปัตยกรรมที่ราชมงคลวิทยาเขตพายัพมา ช่วงแรกหลังจากที่เรียนจบ เขาทำงานเขียนแบบ ก่อนที่จะออกมาจับธุรกิจทำโคมขึ้นโดยเริ่มจากแรก ๆ ที่ทำแบบฝากขายก่อน จากนั้นจึงมาเป็นร้านโคมต้องนี่“คนชอบคิดว่าผมชื่อเล่นชื่อ ‘ต้อง’ เหรอ เลยนำชื่อมาตั้งเป็นชื่อร้าน ‘โคมต้อง’ จริง ๆ แล้วไม่ใช่นะครับ” คุณรัตนพลไขข้อข้องใจ “โคมต้องนี่ก็คือโคมไฟที่ใช้แต่งบ้าน ซึ่งถือว่าเป็นชิ้นเอกของร้านเลย โดยเรานำแบบของตัวนี้มาประยุกต์จนได้แบบต่าง ๆ มาเรื่อย ๆ ซึ่งทุกตัวจะอ้างอิงเทคนิคของตัวนี้มา”

 คำว่า “ต้อง” นั้นเป็นภาษาพื้นเมืองแปลว่าการเจาะฉลุ โคมต้องจึงเป็นโคมที่มีกระบวนการผลิตด้วยการเจาะฉลุเป็นหลัก สำหรับตัวเอกซึ่งเป็นต้นแบบของร้านนั้น คุณรัตนพลนำมาจากลำปาง มีเอกลักษณ์ที่สำคัญคือเป็นโคมที่มีการผสมผสานศิลปะของพม่ากับจีนเข้าด้วยกัน

 

โคมในร้านนั้น คุณรัตนพลจะผลิตเองทุกชิ้น นอกจากโคมต้องแล้ว หนุ่มเหนือคนนี้ยังผลิตโคมธรรมดาแขวนเพดาน ไปจนถึงโคมไฟตั้งโต๊ะด้วย แต่สิ่งที่น่าสนใจคือเขาเรียนวิชาการผลิตโคมนี้หลังจากที่เรียนจบจากราชมงคลวิทยาเขตพายัพแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นเวลาไม่กี่ปีเลย

 “พ่อของเพื่อนเค้าจะสอนให้ แต่เพื่อนของผมเค้าไม่อยากเรียนเลยมาชวนผม ชวนมาตั้งแต่เด็ก ๆ แต่กว่าผมจะไปก็ช่วงจบใหม่ ๆ แล้ว แกให้งานผมมาชิ้นนึงให้ไปทำเอง ผมก็มานั่งแกะ มานั่งแต่ง มาประยุกต์ให้ดีขึ้น จากที่เป็นชาวบ้านมาก ๆ ก็ทำให้ทันสมัยขึ้น” คุณรัตนพลกล่าว

 โครงสร้างของโคมต้องนั้นจะเป็นไม่ไผ่ จากนั้นก็หุ้มด้วยกระดาษสาและกระดาษตะกั่ว เจาะด้วยตะปูหรือสิ่ว ส่วนของคุณรัตนพลนั้นใช้คัตเตอร์ ทำให้ได้งานที่เนี๊ยบกว่า งานของเขามีพัฒนาการให้เห็นขึ้นเรื่อย ๆ มีการนำเอาแบบดั้งเดิมมาประยุกต์ให้ทันสมัยมากขึ้นจึงเหมาะกับการนำไปตกแต่งทั้งแนว Contempolary และ Modern

ผมพยายามทำให้อยู่ในข้อจำกัดที่ว่าสามารถพกพาไปได้ อาจจะเป็นรูปทรงที่สามารถพับได้ วัตถุดิบนี่ ตอนแรกอาจจะเป็นกระดาษสา ต่อมาผมก็จะใช้เป็นผ้าไหมเพื่อให้มันดูดีมากขึ้น มีประโยชน์ใช้สอยสูงขึ้น เก็บรักษาได้นานขึ้น แต่กระดาษสาคนเค้าก็ชอบเยอะ ก็เลยยังทำอยู่เหมือนกัน” คุณรัตนพลอธิบาย

โคมไฟในร้านนี้จะเน้นออกมาเป็นสีขาว สีครีมเป็นหลัก แต่ลูกค้าก็สามารถสั่งทำได้ว่าอยากได้สีอะไร ส่วนรูปทรงนั้นจะทำออกมาในแนว Lanna-Modern อย่างไรก็ตามทุกแบบ ทุกดีไซน์จะอิงมาจากโคมโบราณทั้งสิ้นเพราะฉะนั้นจึงไม่มีทางเห็นโคมไฟทำจากเหล็กจากร้านนี้เพราะมันไม่สามารถทำ Concept ให้เป็นโคมโบราณได้

สิ่งที่ทำให้คุณรัตพลเลือกที่จะผลิตโคมออกมาในแนวนี้ก็เพราะว่าต้องการนำเสนอความเป็นล้านนาให้ออกสู่สากลมากขึ้น เขาถึงกับเปรยออกมาว่า “อยากจะให้ล้านนานี่เป็นเทรนด์ ๆ นึงไปเลย เหมือนกับ Zen Style ที่กำลังนิยมนี่แหละครับ ผมอยากทำออกมาให้เป็นล้านนาสไตล์บ้าง”

ล้านนา ในความคิดของคุณรัตนพลก็ไม่แตกต่างอะไรจาก Concept ของ Zen มากนัก นั่นก็คือความเรียบง่าย แต่โจทย์ก็คือ ความเรียบง่ายแบบล้านนาจะออกมาในแนวไหน แตกต่างจาก Zen Style ที่ ”ติดตลาด” อยู่แล้วอย่างไร เพราะจะว่าไปแล้วศิลปะโคมแบบล้านนาก็มีส่วนคล้ายคลึงกับโคมญี่ปุ่นพอสมควร เนื่องจากมีการผสมผสานจากแหล่งที่มาที่ใกล้เคียงกัน

“โอกาสที่ล้านนาสไตล์จะไปได้นั้น ผมว่าคนทั่วไปรู้จักว่าล้านนาคืออะไรก็น่าภูมิใจแล้ว ผมว่าล้านนามีอะไรที่โดดเด่นหลายอย่าง ลวดลายต่าง ๆ ลายช่อดอกไม้คนก็นำไปใช้เยอะ ตอนแรกผมไม่ได้คาดหวังอะไรจากการทำงานนี้นะ แค่ทำในสิ่งที่อยากทำ แต่พอมาถึงจุดนึง เราก็อยากจะให้ความเป็นล้านนามันเข้าไปผูกกับความเป็นสากลเพื่อเผยแพร่ให้ได้รู้ว่าล้านนาคืออะไรด้วย” คุณรัตนพลปิดท้าย

นั่นก็คือโจทย์ที่หนุ่มจาวเหนืออย่างคุณรัตนพลต้องขบคิดต่อไป จะว่าไปแล้ววัฒนธรรมล้านนามีความเก่าแก่ มีเรื่องราวต่าง ๆ มากมายไม่แพ้วัฒนธรรมอื่น เสน่ห์ของล้านนาก็น่าตรึงตาตรึงใจ แต่ยุคนี้ ต้องยอมรับว่าการนำไปใช้งานเป็นสิ่งสำคัญกว่า ซึ่งถ้าสามารถดึงความเป็นล้านนามาผสมผสานกับความเป็นสากลได้…ทุกอย่างก็คงจะลงตัว

เรื่องและภาพโดย พรชัย พงษ์สุกิจวัฒน์

http://www.homeandi.com/content/c949.html 

Advertisements

~ by Rattanaphol Taja on July 30, 2010.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: